หมอหนุ่มตั้งเพจ ‘สู้ดิวะ’ รับสุดช็อกกระแสดังเปรี้ยง !!!

 

 

นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล  ม.เชียงใหม่  มะเร็งปอดระยะสุดท้าย  เพจ สู้ดิวะ  เวชศาสตร์ครอบครัว  โรคมะเร็ง

 

เพจ สู้ดิวะ11 พ.ย.2565 – หลังเกิดกระแสโด่งดังในโซเชียล สำหรับ นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล เวชศาสตร์ครอบครัวอาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อายุ 28 ปี เปิดเผยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สู้ดิวะ” เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง จนมีการแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก ล่าสุด นพ.กฤตไท ได้โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า สวัสดีครับ โรคมะเร็ง ผมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และขอบคุณคนที่ได้พลังไปจากโพสต์ของผมครับ จากใจเลยคือผมตกใจมากๆกับกระแสที่เกิดขึ้น ผมตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อจะรวบรวมความคิด มุมมอง และสิ่งที่ผมตกตะกอน เอาจริงๆคือเพื่อจะเอาไปเขียนเป็นหนังสือรวมเล่มสักเล่มนึง แค่นั้นเลยครับ ความตั้งใจของผม มีแค่การเขียนเล่าเรื่องราวและส่งต่อพลังให้กับคนอื่นเท่านั้นครับ

 

นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล

 

นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล

 

แต่ผมจำเป็นต้องบอกตามตรงว่า “ขณะนี้ผมเองอยู่ในกระบวนการรักษา” ยังต้องรับยาเคมีบำบัด ณ วันที่พิมพ์อยู่นี้ เพจ สู้ดิวะ ผมก็ยังคงปวดหัว อ่อนเพลีย ผมร่วง และภูมิคุ้มกันต่ำ เหนือสิ่งอื่นใด ถึงผมจะดูจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน แต่เรื่องทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นได้หนึ่งเดือนครับ ผมและครอบครัว รวมถึงเพื่อนสนิทเอง ก็ยังไม่ได้อยู่ใน”สภาพที่พร้อมพอ” ที่จะให้ทุกคนมาเยี่ยม ที่จะไปเจอทุกคนได้ครับ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจครับ รวมถึงสื่อต่างๆที่ให้ความสนใจ อยากจะสัมภาษณ์ผม โทรไปหาเพื่อน โทรไปหาครอบครัวผม และกำลังพยายามจะโทรหาผม ผมเข้าใจในมุมสื่อนะครับ ผมต้องขอโทษจากใจจริงๆที่คงไม่สะดวกไปสัมภาษณ์กับสื่อสำนักไหนครับ ผมดีใจมากๆครับที่เรื่องราวของผมสร้างแรงบันดาลใจและบางมุมก็ทำให้หลายคนอยากส่งกำลังใจกลับมาให้ผม อยากช่วยเหลือผม บางคนจะโอนเงินให้บ้าง จะบินมาหาบ้าง ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะครับ แต่ในมุมคนรับอย่างผม ผมอยากบอกว่าชีวิตปกติของผม มันโอเคมากๆแล้วครับ ผมมีความสุขดีมากๆ ดังนั้น ผมอยากจะแค่ขอพื้นที่ส่วนตัว ให้ผมได้ใช้เวลาชีวิตของผมแบบสุขสงบต่อไป เพื่อที่ผมจะได้มีพลัง มาบอกเล่าเรื่องราวดีๆต่อไปครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและพยายามจะเข้าใจครับ

ประวัติ กฤตไท ธนสมบัติกุล เจ้าของเพจ สู้ดิวะ กฤตไท ธนสมบัติกุล ปัจจุบันอายุ 28 ปี เกิดในครอบครัวเชื้อสายจีนที่อบอุ่น ห้อมล้อมไปด้วยความรักจากอากง อาม่า และหลานหลายสิบชีวิต ก่อนจะพบเจอปัญหาช่วงมัธยมต้นในตอนที่พ่อแม่เริ่มห่างกัน ทำให้กฤตไทต้องเริ่มขึ้นมาเป็นผู้นำ ดูแลแม่และน้องด้วยตัวเอง  ตลอดระยะเวลา 6 ปี มะเร็งปอดระยะสุดท้าย ในรั้วโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กฤตไทได้ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างหนัก จนสามารถสอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่น 56 ได้สำเร็จตามที่หวัง จึงได้จัดสินใจเดินตามความฝันด้วยการย้ายไปอยู่เชียงใหม่ตามลำพัง ในระหว่างที่เรียนนั้น กฤตไทก็ได้ทำกิจกรรมในฐานะนักบาสเกตบอลของคณะแพทย์เชียงใหม่ไปด้วย ซึ่งเขาทำได้ดีทั้งสองอย่างจนสามารถเรียนจบภายในระเวลา 6 ปีตามกำหนด ก่อนจะหันไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว (Family Medicine) เป็นเวลา 3 ปี ตอนที่กำลังเรียนแพทย์เฉพาะทาง กฤตไทได้ตัดสินใจเริ่มเรียนอีกด้านหนึ่งไปด้วยกัน นั่นก็คือ ระบาดวิทยาคลินิก (Clinical Epidemiology and Clinical Statistic) โดยจะเกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วยด้วยการสร้างผลงานวิจัย ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสถิติ

 

 

มะเร็งปอดระยะสุดท้าย

 

ซึ่งยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยมากนัก ไม่เพียงเท่านั้น หมอกฤตไทยังได้เรียนวิศวกรรมศาสตร์ต่อในระดับปริญญาโทด้านวิทยาการข้อมูล ม.เชียงใหม่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เช่นเดิม เพื่อต่อยอดแนวคิดถ้าธุรกิจ การแก้ปัญหา และการจัดการข้อมูลที่สำคัญในโลกอนาคต หลังจากที่เรียนจบเฉพาะทางตามที่ต้องการแล้ว หมอกฤตไทได้ถูกบรรจุเข้าทำงานเป็นอาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมอหนุ่มไฟแรงที่พร้อมไปด้วยศักยภาพ และความสามารถในการสอน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม CE (clinical epidemiology) ร่วมกับอาจารย์เก่ง ๆ อีกหลายท่าน นอกจากนี้แล้ว ในด้านชีวิตส่วนตัว กฤตไทยังชอบออกกำลังกายและดูแลสุขภาพอีกด้วย โดยจะแบ่งเวลาออกกำลังกายและการพักผ่อนได้พอดี ทำให้มีสุขภาพที่ค่อนข้างแข็งแรง

 

 

เพจ สู้ดิวะ

 

ทั้งยังวางแผนจะซื้อบ้านและแต่งงานกับคนรักในเร็ววันนี้ ก่อนจะพบกับเรื่องเศร้านพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล เมื่อหมอกฤตไท ในวัย 28 ปี เริ่มสังเกตเห็นอาการไอของตัวเอง จนเมื่อเข้าตรวจกับผู้เชี่ยวชาญทำให้ได้พบว่า ตนกำลังป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ไม่สามารถผ่าตัดเพื่อรักษาให้หายขาดได้ โดยเหลือปอดขวาที่แข็งแรงเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นในปัจจุบันกฤตไท ธนสมบัติกุล ได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก ‘สู้ดิวะ’ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวอาการป่วยของตัวเอง ขณะที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง โดยได้เขียนถ่ายทอดขั้นตอนการตรวจ แนวทางการรักษา และความคิดของตัวเองออกมาให้ทุกคนได้อ่านกันอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบันเพจสู้ดิวะ ได้มีผู้เข้ามากดไลค์แล้วกว่า 220,000 คน.เพจ สู้ดิวะ

 

ขอบคุณข่าวต้นทาง .thaipost.net

 

ข่าวแนะนำ